เอ้ากระโดด! จะถ่ายรูปแล้ว 1-2-3! คำพูดเหล่านี้เรามักจะได้ยินบ่อยๆเวลาที่กลุ่มวัยรุ่นถ่ายรูปกัน ดารถ่ายรูปแบบกระโดดนี้เป็นอะไรที่ Hit มากๆ มาเริ่มฮิตที่เมืองไทยเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเมื่อ 10 ปีก่อนตอนที่จับกล้อง SLR ครั้งแรกพอที่จะรู้จักการควบคุม Speed Shutter บ้างก็เคยถ่ายแนวกระโดดนี้เหมือนกัน จริงๆแล้วมันมีมานานแล้วแต่คนที่ทำให้ภาพแนวนี้โด่งดังจนถูกจัดเป็น Category เป็นตุเป็นตะว่า “Jumpology” คือ Philippe Halsman นั่นเอง
มาดูต้นแบบของภาพการจัดวางให้คนกระโดดที่โด่งดังและถือว่าเป็นตัวจุดประกายให้คนหันมาสนใจภาพในลักษณะ Jumpology กัน

ภาพนี้ชื่อ “Dali Atomicus” บุคคลในภาพคือ Salvador Dali ศิลปิน surrealist ชาวสเปน ชีวิตและผลงานของ Dali ก็น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า Philippe Halsman
ทุกสิ่งทุกอย่างในภาพเหมือนลอยอยู่ในอากาศ ไม่ว่าตัวศิลปิน รูปเขียนของเขา(หนึ่งในนั้นคือรูป“Leda Atomica”ที่ Dali ยังเขียนไม่เสร็จ อันเป็นที่มาของชื่อภาพ “Dali Atomicus”) เก้าอี้ แมวดำ(ผู้น่าสงสาร) หรือแม้แต่ “น้ำ”
ภาพเขียนเบื้องหลังถูกแขวนจากเพดานด้วยเส้นเอ็นที่มองไม่เห็นเก้าอี้ที่ดูเหมือนลอยได้ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าขาสองข้างอยู่นอกกรอบออกไป ภรรยาของ Halsman ยืนยกเก้าอี้ทั้งตัวอยู่นอกฉากด้วยขาคู่นั้นแหละครับ
ส่วนที่ยากที่สุดยังมาไม่ถึง นั่นคือ timing ครับ Dali กระโดดตัวลอย ทีมงานช่วยกันโยนแมวดำทั้งสามตัวออกมา มีคนนึงสาดน้ำเข้ามาในฉาก เวลาผ่านไป 6 ชม. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำๆอยู่ 28 รอบ จนสตูดิโอชุ่มโชกไปหมด แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ masterpiece ตลอดกาลของวงการถ่ายภาพ “Dali Atomicus”
- บทวิจารณ์ภาพโดยคุณ Sonnar Devotee จากพันทิพ

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพในแนวนี้กลับมาฮิตอีกครั้งเพราะว่ากล้อง Digital มันสามารถถ่ายได้หลายๆครั้งจนกว่าจะพอใจ และได้ภาพที่ดีที่สุดออกมา อีกอย่างมันอาจจะสื่อถึงอารมณ์สนุกสนาน แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามันติงต๊องแล้วก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะขี้เกียจกระโดด แต่คนที่เพิ่งถ่ายรูปเป็นมักจะชอบเพราะดูแปลกตาดี ก็นานาจิตตัง แต่อย่าลืมว่าถ้าจะให้ชัดๆสุดๆควรจับจังหวะตอนที่คนกระโดดสูงที่สุดก่อนที่จะตกลงมาเพราะนั่นคือจังหวะที่ตัว Subject นิ่งที่สุด แต่การที่ให้คนกระโดดขึ้นไปในจังหวะที่พร้อมกันคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นช่างภาพควรกะจังหวะดีๆ ส่วน Speed Shutter ก็แนะนำให้ ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ระวังเรื่อง F Stop ด้วยแล้วก็เรื่อง Diffraction ก็พยายามอย่าใช้เกิน F11-F16 ละกันเพราะว่าส่วนใหญ่การถ่ายภาพกระโดดจะตั้งกล้องแหงนขึ้นไปบนฟ้าซึ่งเป็นการหัน Lens เข้าหาแหล่งกำเนิดแสง ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยด้าน Technique จะไม่อธิบายในที่นี้ ติดตามหาอ่านได้ในเรื่อง Diffraction แสงและความคมครับ


