ดู Gallery ของภาพน้องๆนางแบบจาก FHM และ Penthouse ที่ไม่มีในหนังสือ เฉพาะกิจสุดๆ Sexy มากๆ สำหรับงาน Workshop ที่จัดขึ้นโคย Big Camera ร่วมกับนิตยาสาร FHM และ Penthouse งานนี้มีพี่ๆน้องๆมาร่วมงานกันเพียบ (และดูจะมากกว่าปกติด้วยซ้ำ รู้นะคิดอะไรอยู่)

อย่างที่บอกว่าความยากของการถ่ายแบบ Outdoor หรือใน Indoor ใดๆก็ตามที่ไม่มีการจัดแสง มันจะมีโอกาสที่ถูกแสงอื่นๆรบกวนแน่ๆ ไฟเอย Ambience เอย วูบๆวาบๆ ทั้งสีเหลือง ฟ้าน้ำเงินเขียวสลับกันมาตลอด ยิ่งถ้าอยู่ในห้างหรือมีการจัด Event ต่างๆ นี่สังเกตดีๆจะมีไฟเหมือน Disco ซึ่งระบบปรับ White Balance ในตัวกล้องดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยเท่าไหร่เลย
ใช้ Flash แรงๆ ตลอด เสมอถ้าต้องถ่าย Indoor แต่ถ้ามีช่างภาพเยอะๆ ระวังโดนบัง Flash
ในกรณีที่ต้องถ่าย Indoor แบบควบคุม White Balance และแสงลำบาก วิธีที่จะแก้ไม่ให้ภาพออกมาอมเขียวๆ ส้มๆ เหลืองๆ หรือสีอะไรที่สุดแล้วแต่แหล่งกำเนิดแสงจะปรากฏ แต่สำหรับงานที่มีช่างภาพมะรุมมะตุ้มกันอย่างงานเปิดตัว Pretty โดยเฉพาะ FHM, Maxim, Penthouse หรืออะไรทำนองนี้ ถ้าจัดแบบ Public คือเปิดให้ บุคคลทั่วไปเข้ามาถ่าย เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันได้เลยว่าจะต้องเจอการบังมุมกล้อง บัง Flash เกิดขึ้นและแน่นอน ถ้าหัวคนข้างหน้าบัง Flash เราสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ภาพจะ Under ทันที หรือ ขณะวัดแสง ตัว censor ระบบวัดแสง ไปเผลอจับที่หัวคนข้างหน้า โอกาสได้ภาพ Over จะมีสูง หรือบางทีมีอะไรมาบังนิดหน่อยก็จะได้แสงไม่พอดีกับตัว Subject
การแก้ไขถ้าหากภาพติดเหลือง เขียว ส้ม ฟ้า หรืออะไรก็ตาม (ปัญหา White Balance) ด้วย Program แต่งภาพ
ไม่ว่าคุณจะใช้ Photoshop หรือ Lightroom หรือ Program Retouch ภาพอื่นๆ Concept ในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกัน คือเล่นกับ Hue และ Saturation และ Temp (อุณหภูมิ ของแสง)
ลองดูภาพซ้ายกับภาพขวา จะเห็นชัดเจน คือภาพซ้าย (Original) ทั้ง Under ทั้งอมเขียวๆเหลืองๆ ซึ่งดูจะเป็นเรื่องปกติ (โดยเฉพาะพวกที่ใช้กล้อง Digital Camera Compact ถ่าย) ลักษณะนี้เกิดจาก
1. กล้องวัดแสงผิดคือตอนวัดแสงกับตอนกด Shutter นั้นแสงตกมาไม่เท่ากัน ลองนึกภาพตอนอยู่ใน Concert ที่มีแสงวูบๆวาบๆ สีเหลือง เขียว น้ำเงิน แดง สลับกันไปๆมาๆ นั่นแหละมันทำให้กล้องเลือก White Balance ที่เหมาะกับอุณหภูมิแสง ณ เสี้ยววินาทีนั้นผิดไป
2. ภาพหม่นๆ ตุ่นๆ ไม่สว่าง ก็เพราะว่าขณะที่กด shutter ไปครึ่งนึงเพื่อให้กล้องคำณวน Speed Shutter, รูรับแสง และ Guide Number ของ flash นั้น มันมีอะไรมาบัง Censor เช่นหัวช่างภาพที่อยู่ข้างหน้าเรา หรือถ้าเป็นกล้อง Digital Compact ที่ไม่มี Flash ที่สามารถยิงออกไปได้หลายเมตร (ปกติกล้อง Compact Digital Flash จะทำงานได้ดีที่ระยะไม่เกิน 5-7 เมตร) มันเป็นเรื่องแน่นอนถ้าหากเราห่างจากวัตถุมากๆ เปิด flash ก็ไม่มีประโยชน์
ถ้าเป็นไปได้ให้ถ่ายด้วย Format Raw เพราะจะสามารถเอามาแก้ไขจุดนี้ได้ที่หลัง
เวลาถ่ายรูปทุกครั้งถ้าเป็นไปได้ เลือก Format RAW ครับ เพราะจะทำให้การแต่งรูปที่หลังออกมาดีกว่า Format ทั่วไปอย่างแน่นอนครับ เหตผลคืออะไรคงไม่อธิบายตอนนี้ครับเพราะยาว แต่บอกได้คำเดียวว่าถ้า รูปที่จะแต่งเป็น Jpeg เวลาเอามาแต่งทีหลังรูปที่จะออกมาหลังแต่งไม่ได้อย่างนี้แน่นอนครับ เละและสีจะค่อนข้างเพี้ยน อาจจะไม่เท่าไหร่แต่ถ้าเทียบกับรูปที่แต่งจากภาพ Format RAW นี่ของ RAW ดักว่าเห็นๆครับ เอาละครับมาดูเทคนิดการแก้ไขภาพที่สีเพี้ยนที่ผมมักจะใช้เสมอเวลาต้องถ่ายรูป Indoor

ก่อนอื่นเรามาดูภาพนี้ก่อน (ภาพ Original) สังเกตดูว่ามันติดสีอะไร ในภาพนี้มันติดสีเหลืองๆออกไปทางเขียวๆซะเยอะ แต่เราอยากให้ ผิวนางแบบออกแนวสีเนื้ออมชมพู สิ่งที่เราต้องทำคือ
1. กำจัด สีเขียวและเหลืองออกไป และเปลี่ยนส่วนที่เป็นสีเหลืองปนเขียวให้เป็นสีออกเนื้อ (ครับผมกำลังพูดถึง HUE)
ดังนี้ผมจะถอยค่า HUE ของ Yellow และ Green ออกมาด้านซ้าย ตามรูป
2. ลดค่าความเข้มของส่วนที่เป็นสีเขียว (เพราะว่ารูปมันออกไปทางเขียวๆ หรือเราจะลดสีอื่นด้วย ขึ้นอยู่กับว่า condition ของแต่ละรูป ไม่มีใครบอกได้ว่าต้องลด/เพิ่ม อะไรเท่าไหร่เป๊ะๆ ต้องลองมาปรับไปๆมาๆกันเอง) ตอนนี้ผมกำลังพูดถึงค่า Saturation ตามรูปครับ ในที่นี้ผมเลือกแค่ -88 ซึ่งมันดูแล้วเหมาะกับสิ่งที่ผมอยากให้เป็นในรูปนี้ (รูปคุณแต่ละรูปไม่จำเป็นต้องเป็น -88 เสมอไปนะครับ ลองปรับกันดูเอง)
3. อุณหภูมิสีจากของเดิม ที่กล้องมองว่า = 5600k ซึ่งทำให้แสงสีโดยรวมของรูปมันยังออกไปทางเขียวๆเหลืองๆอยู่ ผมก็มาปรับลดลงเหลือ 4738K ก็เหมือนกันครับคือไม่มีสูตรตายตัว ถ้าคุณปรับลดค่าลงน้อยกว่านี้ ผิวของน้องยีน นางแบบก็จะออกไปทางขาวไปเลย ซึ่งดูไม่ธรรมชาติเท่าไหร่ ซึ่งผมชอบที่มีสีๆในตัว Subject มากกว่าครับ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถไปลองปรับๆเล่นๆกันเองได้ครับ
4. คราวนี้มาดู เรื่อง Exposure เหรือ การใช้ Curve ปรับในส่วนของ highLights, Lights, Darkness, Shadow หรือส่วนของความมืด ความสว่างของรูปภาพนั่นเองครับ ตรงนี้หลายๆคนคุ้นเคยอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่เราต้องใช้กันบ่อยๆ ก็นั่นแหละครับรูป Original มันดูหมองๆ มืดๆ ผมก็แค่ดึงมันขึ้นมาให้สว่างขึ้น ถ้าเป็นใน Program Lightroom หรือ Photoshop คุณอาจเลิกที่จะปรับค่า Exposure อย่างเดียวเพราะมันคือทางลัดในการแก้ไขตรงจุดนี้ ยกเว้นแต่คุณอยากเน้นอะไรเป็นพิเศษ เช่นคุณอยากให้ Background มันดำขึ้นโดยคงความสว่างของตัว Subject ไว้ อันนั้นคุณอาจจะต้องไปปรับตรง Curve เอาซึ่งจะ Advance ขึ้นมาอีกนิด
เป็นไงบ้างครับ เรามาลองดูรูปที่ได้รับการปรับแล้วชัดๆกัน
ครับอันนี้ก็เป็นการปรับแบบคร่าวๆไม่ได้ลง Detail อะไรลึกๆเลย แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความสดใสของภาพจะดูต่างกับของ Orginal อย่างมากมาย ค่าต่างๆที่ใส่ลงไปนั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลขที่จะทำให้ภาพหลังจากแต่งออกมาแล้วเป็นแบบที่คุณชอบ ยังไงก็ลองปรับเล่นๆดูครับ แค่เรารู้ Concept และเทคนิคไว้เราก็สามารถเปลี่ยนจากสิ่งที่ผิดพลาดให้ออกมาเป็นสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างง่ายๆครับ แต่อย่าลืมนะครับ แนะนำให้ใช้ Format RAW ทุกครั้งที่ถ่ายแล้วคุณจะได้ภาพเจ๋งๆไปอวดเพื่อนอย่างแน่นอนครับ
ติดตาม Technique และเคล็ดลับการถ่ายรูปจากพวกเรา กลุ่ม Lunglens.com ต่อไปในโอกาสหน้านะครับ






